Dark Willow และ Pangolier เหมาะกับตำแหน่งไหนกันแน่?

ฮีโร่ใหม่สองตัวอย่าง Dark Willow และ Pangolier ที่เปิดตัวเข้ามาในแพทช์ 7.07 ก็มาได้อาทิตย์กว่าๆแล้วครับ ทำให้เวลานี้เรามีตัวเลขสถิติของฮีโร่ทั้งสองตัวนี้ให้พอสรุปได้คร่าวๆแล้วว่า ทั้งสองตัวมีผลงานระดับไหน

Pangolier – ไม่ใช่แครี่

เจ้าตัวนิ่มจอมกลิ้ง Pangolier เริ่มต้นชีวิตใน Dota 2 ได้ไม่ค่อยดีเท่าไรครับ โดยมีอัตราชนะอยู่ที่ 40% เท่านั้น แม้ว่าจะได้รับบัฟจากเวอร์ชั่น 7.07b มาแล้วก็ตาม ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะว่าฮีโร่ตัวนี้มีกลไกและวิธีเล่นใหม่ๆที่ผู้เล่นอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวกันซักหน่อย ตำแหน่งที่แน่นอนก็ยังดูจะไม่ลงตัว และที่สำคัญก็อาจจะเป็นเพราะว่า Pangolier มีความสามารถในการเก็บ objective ค่อนข้างน้อย ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์ครีป, ดันป้อม หรือฆ่า Roshan ก็ทำได้ค่อนข้างช้าทั่งสิ้น

ปัญหาใหญ่ที่สุดของ Pangolier ตอนนี้คือ ไม่รู้จะเล่นตำแหน่งไหนดี หลายๆคนเข้าใจผิดว่า ฮีโร่ตัวนี้เหมาะกับตำแหน่งแครี่ (1) มากที่สุด แต่ไม่ใช่แน่นอนครับ เพราะจากสถิติแล้ว Pangolier ประสบความสำเร็จมากที่สุดในตำแหน่ง offlane (ชนะ 41%) ซึ่งมากกว่าโอกาสชนะ 34% ที่ safelane อย่างมาก และมี % ชนะอยู่ที่ 37.5% เมื่อยืน mid

Pangolier มีตัวเลข stat growth ที่ดีใช้ได้ และมีสกิลช่วยฟาร์มอยู่หลายสกิล รวมไปถึงมีสกิล passive ที่ค่อนข้างดี แต่ก็ยังสู้ฮีโร่ที่เป็นแครี่เลทเกมแท้ๆไม่ได้ เพราะสกิลที่ทำดาเมจได้อย่าง Swashbuckle นั้นถูกแคปดาเมจอยู่ที่ 108 ต่อการโจมตี 1 ครั้ง แล้วกว่าจะมี Talent ที่ช่วยเสริมสกิลนี้ได้ก็ต้องไปถึงเลเวล 20 ซึ่งทำให้มีผลกับเกมน้อยกว่าที่ควร

สิ่งหนึ่งที่ฮีโร่ตัวนี้ทำได้ดีก็คือการออกไอเท็มที่มี status effect และ attack modifier ที่แทบจะการันตีว่า การโจมตี 4 ครั้งซ้อนจะต้องติดสถานะผิดปกติ หรือ proc ไอเท็มอย่างแน่นอน แต่ก็จะมีมีไอเท็มบางชิ้นที่มีคูลดาวน์ในตัว เช่น Basher, Maelstorm ที่จะทำงานได้มากที่สุดเพียง 1 ครั้งในการโจมตี 4 ครั้ง

วิธีแก้ไขปัญหาของ Pangolier

ด้วยสกิลที่ค่อนข้างครบเครื่อง แต่มีเลทเกมที่ไม่เก่งนัก ทำให้ Pangolier เป็นฮีโร่ที่เก่งมากในช่วงบวกกันกลางเกม ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง offlane ในฐานะตัวชนแนวหน้ามากที่สุดในเวลานี้

โดยทั่วไปแล้ว หน้าที่ของ Pangolier ในทีมก็คือการเป็นตัวที่ตายยาก และศัตรูไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ และการทำดาเมจไม่ใช่เป้าหมายอันดับหนึ่งของเรา

การทำให้ศัตรูติดสถานะผิดปกติก็เป็นเรื่องที่ Pangolier ทำได้ดี เพราะการใช้ Swashbuckle โดนศัตรูจะทำให้ศัตรูติดสถานะค่อนข้างแน่นอน นั่นทำให้ Sange & Yasha และ Heaven’s Halberd เป็นไอเท็มชิ้นแรกๆที่ควรออก

Diffusal Blade เป็นไอเท็มอีกชิ้นที่จะเพิ่มดาเมจให้อย่างมาก และยังสามารถ slow ศัตรูได้อีกด้วย ส่วน Basher ก็ยังเป็นไอเท็มที่ออกได้ตามสถานการณ์ ถ้าทีมต้องการการสตันเพิ่มในช่วงเลทเกม

การออก Blink ก็เป็นไอเท็มที่ทำให้ Pangolier เป็นตัวแก๊งค์ที่น่ากลัวอีกตัวนึง เพราะว่าเราจะสามารถใช้ Rolling Thunder กลิ้งใส่ศัตรูแล้วสามารถ blink กลับมาแล้วกด Shield Crash ให้สามารถทำดาเมจได้อีกครั้ง เป็นการสตัน 2 ครั้งซ้อนแล้วจบด้วย Swashbuckle เป็นคอมโบที่สามารถเก็บ solo kill ได้อย่างสบาย

เพราะฉะนั้นการเล่น Pangolier ที่เหมาะที่สุดในเวลานี้ ก็คือทำหน้าที่เป็นตัวชนในแนวหน้า และคอยป่วนแนวหลังของศัตรูให้ไม่สามารถช่วยเพื่อนได้ถนัด ด้วยสกิลที่ทำให้เคลื่อนที่ไปมาในการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าฮีโร่ตัวนิ่มนี้เป็นหนึ่งในตัว offlane ที่น่าสนใจที่สุดในแพทช์นี้ครับ

Dark Willow – พุ่งตรงสู่ตำแหน่งซัพพอร์ต

ฮีโร่ตัวที่สองที่เปิดตัวมาใหม่นั้นค่อนข้างจะต่างกับตัวแรกอยู่พอสมควรครับ ถึงแม้ว่า Dark Willow จะไม่โกงระดับเดียวกับ Winter Wyvern ตอนแรกที่ออกมา แต่เมื่ออยู่ในมือของคนที่เล่นเป็นแล้ว Dark Willow ที่ตัวที่แข็งแกร่งมากทีเดียวครับ

ตำแหน่งของ Dark Willow ค่อนข้างจะชัดเจนว่าเป็นตัวซัพพอร์ต หลายๆคนพยายามหยิบเอาฮีโร่ตัวนี้ไปยืนเลนเป็น mid แต่เมื่อเปรียบเทียบกับฮีโร่ที่เป็นตัว mid แท้ๆอย่าง Queen of Pain, Shadow Fiend หรือกระทั่ง Zeus ก็จะพบว่าทำผลงานได้ไม่ดีเท่า ดูได้จากสถิติชนะ 47% เมื่อ Dark Willow ยืน mid ซึ่งน้อยกว่า 51% เมื่อยืนเลนอื่น

เมื่ิอเข้าประเด็นนี้แล้ว คำถามต่อไปก็คือ อะไรล่ะ ที่ทำให้ Dark Willow เหมาะที่จะเป็นตัวซัพพอร์ต

ฮีโร่ตัวนี้มีสกิลก่อกวนศัตรูมากถึง 3 สกิล ซึ่ง 2 ใน 3 สกิลนี้ถ้าใช้โดนแล้วจะส่งผลกับเกมอย่างมาก – Cursed Crown สามารถสตันศัตรูเป็นวงกว้างนานถึง 3.5 วินาที โดนมีคูลดาวน์เพียง 12 วินาที และ Terrorize ก็จะ fear ได้นานถึง 5 วินาที

จริงอยู่ที่ว่า Cursed Crown นั้นมีดีเลย์ถึง 4 วินาทีก่อนแสดงผล แต่โดยทั่วไปแล้วเพียงแค่มี 2 สกิลนี้ก็มากพอที่จะทำให้พอจะเลือกได้อยู่แล้ว Dark Willow ยังทำดาเมจได้มากอีกด้วย

Bedlam เป็นสกิลที่ดีพอจะไปอยู่กับฮีโร่ตัวไหนก็ได้ในเกม เลเวล 3 ของ Bedlam นั้นทำดาเมจ 880 ต่อวินาทีนานถึง 4 วินาที ถึงแม้ในความเป็นจริงนั้นจะทำดาเมจไม่ได้เต็มจำนวน แต่อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงครึ่งเดียวของอัลติเท่านั้น

Bramble Maze ก็เป็นสกิลที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วสกิลนี้จะเป็นสกิลที่อัพให้เต็มก่อนเนื่องจากจะลดคูลดาวน์ได้มาก ถึงแม้จะเป็นสกิลที่ไม่ถึงโหดอะไรมาก แต่ก็สามารถใช้แก้ทางฮีโร่ที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วได้หลายตัว

สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือสกิล Shadow Realm ที่ทำให้ฮีโร่ตัวนี้สามารถยืนสู้ได้นานกว่าตัวซัพพอร์ตอื่นๆ ยิ่งเมื่อออก Linken’s Sphere หรือ Ghost Scepter แล้วยิ่งทำให้ตายยากมากๆถึงแม้จะยืนหลุดตำแหน่งก็ตาม

อย่างไรก็ตามในแพทช์ 7.07b นั้นตัวเลข % ชนะของ Dark Willow เริ่มลดลง อาจเป็นเพราะว่าผู้เล่นเริ่มจับทางได้ อย่างไรก็ตาม % ชนะของฮีโร่ตัวนี้ก็ยังดูดีกว่าของ Pangolier เยอะ โดยอยู่ที่ 48% และเป็นตัวยอดนิยมเป็นอันดับ 2 ของเกมเลยทีเดียวครับ

กล่าวปิดท้าย

แพทช์ 7.07 นั้นเปลี่ยนเกมไปอย่างมากมายครับ และคงจะต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือนๆกว่าจะเห็นเมต้ากันเป็นชิ้นเป็นอัน กว่าจะไปถึงจุดนั้นก็น่าจะมีแพทช์มาเปลี่ยนสมดุลกันอีกหลายแพทช์ทีเดียว

ฮีโร่ใหม่ 2 ตัวนี้ดูจะมีผลตอบรับที่ดีตามคาด และเช่นเดียวกับตัวเกมและฮีโร่เปิดตัวใหม่ที่ผ่านมา กว่าจะปรับสมดุลได้ลงตัวก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างแพทช์ 7.06 ที่ได้ขื่อว่าเป็นแพทช์ที่สมดุลที่สุด ก็ยังต้องรอถึงเวอร์ชั่น 7.06f เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามอนาคตของ Dota 2 ก็ยังดูน่าตื่นเต้นไม่ต่างจากเดิมครับ

cr. dotabuff